Facebook 5ปี ที่แน่นอนกว่า



Facebook ผ่านมา5ปี จากเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กของเด็กมหาวิทยาลัยที่เริ่มต้นขึ้นในห้องนอน
ของหอพัก จนถึงวันนี้ facebook.com มีอายุครบห้าขวบแล้ว โดยที่ยอดบัญชีผู้ใช้งาน
ขยับขึ้นมาเป็น 150 ล้านคน แซงหน้า Myspace.com ผู้มาก่อนไปแล้ว

ความอบอุ่นเป็นกันเอง อันเนื่องมาจากลักษณะของเฟซบุ๊กที่เจ้าของเป็นคนหนุ่มสาวร่วมรุ่นกับผู้ใช้ งาน


นับเป็นข้อได้เปรียบที่แท้จริงของเฟซบุ๊กยิ่งกว่าทางด้านเทคโนโลยี แต่จุดนี้นี่เอง
ที่ทำให้แนวทางของเฟซบุ๊ก เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่โดนใจ ผู้ใช้ไปโดยปริยาย ความหลากหลายของแอปพลิเคชั่นเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า อีกจุดหนึ่งที่น่าจะสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการที่ยังเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่บริษัทมหาชน จึงไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางด้านการเงินหรือการทำกำไรมาก

พูดง่ายๆ ก็คือยังเป็น บริษัทที่สนุกกับการทำงานมากกว่าการมุ่งทำกำไร แม้ว่ากำไรก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้บริษัทยืนยาวไปได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า 5 ปีก็นานพอแล้ว แต่ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ไม่คิดอย่างนั้น และเคยปฏิเสธข้อเสนอเข้าซื้อกิจการที่เป็นเม็ดเงินร่วม 50,000 ล้านบาทมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ

คนทำต่างก็ขายให้กับบริษัทใหญ่ๆ เอาเงินสดมหาศาลมากำไว้ในมือแล้วทั้งนั้น
จนเมื่อเศรษฐกิจเข้าสู่ขาลงอย่างหนัก หลายคนก็ยังมองว่า โอกาสดีๆ ของซักเคอร์เบิร์กหลุดลอยไป
ตลาดโฆษณาออนไลน์จะหดตัวลง โดยประมาณการว่ารายได้จากการโฆษณาของเฟซบุ๊กในปีนี้
จะลดลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือราวๆ 7,000 ล้านบาท

วิธีคิดของซักเคอร์เบิร์กน่าสนใจ ก็ตรงที่เอางานเป็นหลักให้เงินเป็นรอง ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเว็บไซต์มาเรื่อยๆ จนขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์กไซต์ และเป็นตัวแทนของสังคมออนไลน์ที่มีคนบอกว่า ถ้าอยากรู้จักและเข้าใจโลกวันนี้และอนาคต ก็ต้องเข้าไปอยู่ในชุมชนของเฟซบุ๊ก

ตามสถิติการใช้งาน ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจะใช้เวลาอยู่กับเว็บไซต์นี้วันละมาก กว่า 2 ชั่วโมง
เทียบกับมายสเปซที่ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง

แต่ปัญหาก็คือจะทำเงินจากการเป็นอันดับหนึ่งทั้งจำนวนผู้ใช้งานและเวลาใน การใช้งานบนเว็บไซต์ได้อย่างไร เป็นเรื่องซึ่งแม้จนถึงขณะนี้ก็ยังตีไม่แตก ความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดยังอยู่ในขั้นทดลอง
และหลายอย่างก็ต้องเลิกล้มไปเพราะผู้ใช้งานปฏิเสธ แต่หากเฟซบุ๊กคิดถึงแต่เรื่องเงินเป็นหลักมาตั้งแต่แรก ก็อาจจะไม่ได้มายืนอยู่หัวแถวของโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างตอนนี้ก็ได้

คอลัมน์ WEBBIZ
siripong@kidtalentz.com