พื้นที่โฆษณา

This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

2.3.57

การรักษาความปลอดภัยของ ICANN


การรักษาความปลอดภัยของ ICANN

การกำหนด IP address ของ web site (domain) ต่างๆ ของ Internet นั้นถูกกำหนดโดยองค์กรที่ชื่อว่า ICANN (Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) ซึ่งมีหน้าที่ทั้งการกำหนด IP address และการบริหาร DNS

เมื่อเราพิมพ์ชื่อ domain name ของเว็บต่างๆ เช่น "www.google.com" โปรแกรม browser ก็จะติดต่อไปยัง DNS เพื่อดูว่าชื่อ domain นี้ถูกกำหนด IP เป็นอะไร (กรณีนี้คือ 74.125.128.99) ซึ่งการกำหนด IP นี้ถูกเก็บไว้ใน database ของ ICANN

ทีนี้ลองมานึกดูว่าถ้าเกิดมีแฮกเกอร์คนไหนสามารถเข้าถึง database ดังกล่าว และสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลในนั้นได้ ก็จะเกิดหายนะครั้งใหญ่ของโลกได้เลยทีเดียว เช่น สามารถ link domain name ของเว็บไซต์ของธนาคาร ไปยังเว็บปลอมได้โดยง่าย เป็นต้น

หรือกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงขึ้นในโลก ICANN ที่ทำให้ database นี้มีอันเป็นไป ก็อาจเกิดหายนะของ Internet ได้เช่นกัน

ดังนั้น ICANN ต้องมีวิธีในการ rebuild database นี้ขึ้นได้ใหม่ในทั้งสองกรณีข้างต้น แต่การที่จะมีวิธีนี้โดยเก็บไว้ที่ใดที่หนึ่ง หรือที่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีความเสี่ยงมากเกินไป ICANN จึงใช้วิธีเก็บ "Key" หรือกุญแจ ไว้กับคน 7 คน และ backup ไว้กับคนอีก 7 คน รวมเป็น 14 คนด้วยกัน

กุญแจนี้เป็นกุญแจจริงๆนะครับ ไม่ใช่กุญแจอิเล็คโทรนิคส์ ใช้เปิดตู้นิรภัยที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเก็บ smart keycard ไว้ ต้องเอา keycard ทั้ง 7 แผ่นมาประกอบกัน จึงจะได้ "master key" ซึ่งเป็นรหัสทางคอมพิวเตอร์ และพาสเวิร์ดสำหรับเข้าถึง database ของ ICANN

ทุกๆ 4 ปี ICANN จะมีการประชุมคนถือกุญแจทั้ง 7 ดอก เรียกงานประชุมนี้ว่า "Key Celemony" เพื่อเปลี่ยน master key ซึ่งทำกันเหมือนหนังนักสืบ ต้องเข้าประตูที่ล็อกหลายๆขั้น มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ใช้ทั้งกุญแจ, กดรหัส และการสแกนลายมือ เข้าไปประชุมในห้องลับที่ไม่มีการสือสารใดๆเข้าถึง เมื่อทำการเปลี่ยน password จบลง แต่ละคนจะถูกนำออกจากห้องไปทีละคน

สรุปว่า Internet ถูกควบคุมไว้ด้วย 7 คนนี่แหละ....

ดูรายละเอียดของงาน Key celemony ได้ที่นี่
http://www.theguardian.com/technology/2014/feb/28/seven-people-keys-worldwide-internet-security-web
เผยแพร่โดย

8.6.56

เตือนภัยไวรัสบนมือถือ / Warning against smartphone virus

ขอแจ้งข่าว เตือนภัยไวรัสบนมือถือ ที่แฝงมากับ SMS

เรียน ท่านสมาชิกบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพส่ง SMS หรืออีเมลหลอกลวง หรือจัดทำหน้าจอ (pop-up) โดยแอบอ้างว่าเป็นธนาคาร ให้ผู้รับกรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมลงบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวมีไวรัส/โทรจันที่สามารถขโมยรหัสส่วนตัว รหัสลับ และรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ส่งทาง SMS เพื่อใช้ลักลอบเข้าทำธุรกรรมโอนเงินออกจากบัญชีของท่านผ่านบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต โดยที่ท่านไม่ทราบ เพราะจะไม่ได้รับ SMS แจ้ง OTP แต่อย่างใด

เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ธนาคารขอให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
  • หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (URL) ที่ส่งมากับ SMS หรืออีเมล หรือหน้าจอ (pop-up) หลอกลวงข้างต้น
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการดัดแปลงระบบปฏิบัติการ (jail break สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ root สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์)
  • ติดตั้งแอพพลิเคชั่นป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์
ธนาคารขอยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS หรืออีเมล เพื่อขอให้ท่านดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ สำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร หรือจัดทำหน้าจอ (pop-up) เพื่อให้ท่านกรอกข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น หากท่านได้รับ SMS หรืออีเมลในทำนองดังกล่าว หรือได้ทำการคลิกลิงก์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมที่ต้องสงสัยไปแล้ว หรือพบหน้าจอหรือข้อความที่ไม่คุ้นเคย หรือผิดไปจากปกติ ให้หยุดทำรายการทันที โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันทีที่บัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ (66) 0-2645-5555 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ตัวอย่างหน้าจอ (pop-up) หลอกลวง



ขอแสดงความนับถือ

บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง

10.5.56

ธนบัตรชำรุดมีค่า ใครมีอย่าทิ้ง !!



ธนบัตรชำรุดมีค่า ใครมีอย่าทิ้ง !!
สามารถนำไปแลกได้ที่
-ธนาคารออมสินทั่วประเทศ (ทุกวันทำการ)
-ธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศ (เฉพาะวันพุธ ยกเว้นสาขาย่อยและสาขาในห้างสรรพสินค้า)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/Service/Pages/claims.aspx

1.5.56

ตำรวจดัตซ์ตามจับแฮกเกอร์ ผู้ทำการ DDoS ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกได้แล้ว



ตำรวจเนเธอแลนด์ยืนยันข่าวการเข้าจับกุมชายวัย 35 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการ DDoS เว็บไซต์ Spamhaus ซึ่งเป็นโปรเจคการติดตามเว็บไซต์สแปมและเก็บข้อมูลของสแปมในเดือนมีนาคม โดยการโจมตีในครั้งนี้นับว่าเป็นการ DDoS ที่ใช้ปริมาณแบนด์วิดท์‎เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์คือ 300Gbps ในเบื้องต้นเชื่อกันว่าชายคนนี้คือ Sven Kamphuis เจ้าของและผู้ดูแลบริการเว็บโฮสติ้งที่มีบังเกอร์ป้องกันนิวเคลียร์ CyberBunker โดยน่าจะมีเหตุจูงใจจากการที่ Spamhaus ได้เพิ่มเว็บไซต์ของ CyberBunker เข้าสู่แบล็คลิสต์ว่าเป็นสแปม โดยชายคนนี้จะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป CyberBunker มีชื่อเสียงในด้านการให้บริการแบบนิรนาม ซึ่งมักถูกนำไปใช้โดยผู้ก่อการร้าย หรือใช้เพื่อละเมิดกฎหมายต่างๆ


 via : blognone
image by http://news.hitb.org/content/spamhaus-ddos-suspect-used-van-mobile-office

25.4.56

link exchange for traffic and back link



จุดประสงค์ของการแลกลิงค์



เราจะพบว่าปีก่อนๆ (2005-2008)  เว็บทั่วไปมีเมนูสำหรับโปรโมทลิ้งก์ของ "เว็บเพื่อนบ้าน"
คำว่า "เว็บเพื่อนบ้าน"  เป็นคำเรียกติดปากสำหรับคนทำเว็บในสมัยนั้น ที่มักจะมีลิ้งก์แปะหน้าเว็บ
โดยได้รับการร้องขอให้มีการแปะลิ้งก์ แลกเปลี่ยนกันระหว่างเว็บต่อเว็บ (link exchange) เพื่อบอกให้ผู้ใช้ทราบว่านอกจากเว็บนี้แล้ว ยังมีเว็บอื่นๆอีกที่อาจจะพูดคุยเรื่องเดียวกัน

เว็บมาสเตอร์จึงให้ชื่อเรียกลิ้งก์พวกนั้นว่า เว็บเพื่อนบ้าน เท่านั้นเอง อาจไม่ได้หมายถึงเป็นเพื่อนกันจริงๆ

วิธีนี้เป็นการเรียก ทราฟิก หรือ Traffic หมายถึงเส้นทางการเข้าชม ของผู้ที่ออนไลน์และหาเว็บเจอนั่นเอง

  • ปริมาณการเข้าชมจะเรียกว่า Traffic 
  • เว็บต้นทางที่ติดลิ้งก์ให้คนกดมายังเว็บปลายทาง เรียกว่า Back link


แต่ประเด็นสำคัญจริงๆในการแลกลิ้งก์นั้น เป็นการให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับเว็บปลายทาง
เพราะกูเกิ้ลให้ความสำคัญกับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน อันเนื่องมาจากลิ้งก์

การแสดงเนื้อหาที่ ให้รายละเอียดได้เพียงเพจหนึ่งก็ถือว่ามากพอ
แต่ผู้ใช้บางรายอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆประกอบกัน
คนทำ SEO จึงมักให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกันผ่านลิ้งก์ของเว็บเพื่อนบ้านนั่นเอง

ในอดีต 

การแลกลิ้งก์เป็นสิ่งแรก ที่ต้องทำหลังจากสร้างเว็บให้ออนไลน์ได้เสร็จสมบูรณ์
เพราะการแลกลิ้งก์ในสมัยนั้น ช่วยให้คนรู้จักเว็บได้อย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่มีระบบค้นหาของกูเกิ้ลก็ตามที

ในปัจจุบัน  

โลกอินเทอร์เน็ต มีระบบเครือข่ายสังคม (social network) เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก การแบ่งปันข้อมูลบนเว็บไซท์ทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแลกลิ้งก์อีกต่อไป

การแบ่งปันเนื้อหาผ่าน เครือข่ายสังคม เช่น facebook twitter ฯลฯ นั้นช่วยทำให้
Website แพร่หลายได้รวดเร็วกว่ามาก

และเหตุนี้อาจส่งผลให้การแลกลิ้งก์ลดจำนวนลงไปเรือยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับหายไปเลยซะทีเดียว
เชือว่ายังคงหลงเหลืออยู่ตามข้อจำกัดของแต่ละกลุ่มคน




free seo tracking วิเคราะห์ จุดอ่อนจุดแข็ง

seo tracking วิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง

เครื่องมือ วิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ของเว็บไซต์ 

ทำอย่างไรเราจะสามารถ วิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ด้าน SEO ของเว็บไซท์ได้ ?

สำหรับโลกของ การทำ seo นั้น เมื่อทำการสำรวจ เครื่องมือทำ seo แล้วจะพบ SEO Tool จำนวนมาก ที่ออนไลน์ ให้ใช้บริการฟรี รวมทั้ง  SEO Service ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย

แต่หากจะแนะนำให้รู้จักบ้างซัก 1 ตัวอย่าง ก็ขอแนะนำ Free SEO Tracking ที่เหมาะสำหรับเว็บไซท์ ทุกภาษา ไม่เว้นแม้กระทั่งภาษาไทย

18.4.56

amazon affiliate เมืองไทย


มาคิดๆ ดู คนที่ทำ amazon affiliate ชาวไทยทุกคน ก็คงต้องการให้มี

amazon thailand กันทั้งนั้น แต่ยังมีปัญหาหลายประการที่รอการปรับปรุงอยู่

ระบบซื้อของออนไลน์ ระหว่างไทย และ อเมริกา ต่างกันลิบลับ

คำนวนจาก อัตราเฉลี่ย พื้นที่ กับความหนาแน่นของประชากร

ระหว่างรัฐ 1 รัฐของอเมริกา มีระยะทาง พื้นที่ ใหญ่กว่าประเทศไทย

ระบบซื้อขายออนไลน์ของอเมริกา จึงจำเป็นต้องใช้บริการ ส่งของ ทุกวัน

เช่น fedex e-maketing จึงเติบโตได้

แต่ประเทศไทย ทุกวันนี้ ดูตามลักษณะ พฤติกรรมการบริโภค และการใช้สอยเครื่องอุปโภคแล้ว

ต้องบอกว่า การซื้อของออนไลน์ แทบจะเติบโต 100% ไม่ได้เลย

เพราะ ทุกจังหวัด มีห้างสรรพสินค้า ครอบคลุมหมดแล้ว

ทั้ง บิ๊กซี เทศโก้-โลตัส แมคโคร และคาราวานสินค้า จาก บ้านหม้อ สะพานเหล็ก

ที่กระจายไปตามท้องถิ่นต่างๆ สังเกตจากการซื้อเครื่องเสียงในเทศกาลงานวัด

และงานประเพณี ที่มีร้านคาราวาน

นอกจากนี้ ประเทศไทย ยังมีการรณรงค์เศรษฐกิจพอเพียง มิให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย อีกด้วย

และมันยังมีสินค้าโอท็อปรองรับทุกตำบล

อาหารการกิน เครื่องประดับ และเครื่องครัวเรือน ไม่ขาดแคลน

และ ถ้าถามว่า ทำใมคนไทย กลุ่มหนึ่ง ชอบเอาสินค้าเมืองไทย ไปขายบนอีเบย์

การขายออนไลน์สินค้าไทย ต้องส่งไปขายเมืองนอก จึงจะขายได้

คำตอบคือ เพราะเมืองไทย มีสินค้าเยอะมาก คนไทยแย่งกันเปิดร้านขายของ

จนต่างคนต่างก็ขายกันไม่ได้แล้ว เกือบจะกลายเป็น คนขายมากกว่าคนซื้อ

ปัจจุบัน ที่ดินในกรุงเทพถูกซื้อไว้เพื่อเปิดร้านทำธุรกิจทั้งนั้น

ผู้อยู่อาศัย ย้ายมาซื้อบ้านตามชานเมือง ไกล้ตลาด ไกล้โรงพยาบาล

เมื่อมีแต่คนขาย เต็มทั่วท้องถนน แล้วใครจะซื้อของออนไลน์

กลุ่มคนที่มีกำลังในการซื้อ ย่อมมีช่องทางการซื้อด้วยตัวเอง คือ

-มีรถขับ
-มีไหวพริบ
-กล้าต่อรองราคา
-และรู้จัก internet แต่ชอบซื้อที่ร้านด้วยตัวเอง


ส่วนกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อที่ต่ำ มักจะมีข้อด้อย คือ

-ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว
-อ่อนประสบการณ์ เป็นรอง นักการตลาด
-การศึกษาต่ำ
-ไม่ค่อยเล่น internet


ดังนั้น ระหว่าง ขับรถไปซื้อเอง กับรอลุ้นคุณภาพสินค้า ที่ส่งมาทางไปรษณีย์

เป็นคุณคงจะเลือกอย่างใหน

การซื้อของออนไลน์ ที่น่าจะเติบโตในประเทศไทย น่าจะเป็นการซื้อของมือสองมากกว่า

อย่างเช่น tarad.com pantip.com

ใจจริงผมก็อยากให้มี amazon.co.th นะครับ เพราะอยากจะเห็น คนไทยทำ amazon affiliate เก็บเกี่ยวรายได้

และต้องการความสะดวก จากการศึกษารีวิวสินค้าจาก ประสบการณ์ของผู้ใช้โดยตรง


และ อยากสะดวกจากการส่งสินค้าทุกวัน ผ่านระบบของอเมซอน มีรถส่งสินค้าเอง


ไม่ต้องพึ่งไปรษณีย์

ถ้าเรามองแต่ตัวเรา ก็คงคิดว่า การซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ได้ยากอะไร

แต่ถ้ามองในมุมของ การเปิดเว็บ amazon thailand และการส่งสินค้าแล้ว ยากมาก

ประไทยมันไร้ระบบแบบแผนน่ะครับ ไม่มีการจัดผังเมือง บ้านเลขที่มันสับสน มั่วกันไปหมด

ถนนหนทางที่จะส่งสินค้าถึงบ้าน อย่างไม่บกพร่องทุกบ้าน มันก็ไม่ใช่เรืองง่าย

คนไทยยังต้องรอ การพัฒนาระบบซื้อขายออนไลน์อยู่อีกเยอะ และหวังว่าจะมี amazon thailand เร็วนี้